กองทัพอากาศไทย ประกาศผู้ชนะในโครงการ IADS โดยเลือกระบบ BARAK MX จากบริษัท IAI
เขี้ยวเล็บใหม่ของกองทัพอากาศ BARAK MX จาก IAI อิสราเอล …กองทัพอากาศได้ประกาศผู้ชนะ ในโครงการพัฒนาการป้องกันฐานที่ตั้งทางทหารของกองทัพอากาศ (Integrated Air Defence System: IADS)โดยเลือกระบบ BARAK MX จากบริษัท Israel Aerospace Industries Ltd. (IAI) รัฐอิสราเอล โดยจะมีการจัดซื้อระบบป้องกันภัยทางอากาศระดับสูงถึงปานกลาง (High to Medium Air Defense: HIMAD) แบบ “BARAK MX” จำนวน 1 ระบบ จำนวนเงิน 3,440.37 ล้านบาท ซึ่ง BARAK MX จะเป็นระบบอาวุธป้องกันภัยทางอากาศที่ทันสมัยที่สุดของกองกองทัพไทย …
BARAK MX เพื่อกำจัดภัยคุกคามทางอากาศ รวมถึงโดรนและขีปนาวุธพิสัยไกล มีขีดความสามารถสกัดกั้นขั้นสูง ความที่เหนือชั้นทางเทคโนโลยีเหล่านี้ขยายขอบเขตการป้องกันทางอากาศได้อย่างมากเมื่อเทียบกับระบบเดิม โดยเป็นเกราะป้องกันแบบหลายชั้นตั้งแต่ 35 - 70 กม. และครอบคลุมถึง 150 กม. สำหรับภัยคุกคามระยะไกล
ลองนึกภาพยามเย็นอันเงียบสงบที่จู่ๆ ก็พังทลายลงด้วยภาพอันน่าสะพรึงกลัวของขีปนาวุธหลายลูกที่พุ่งผ่านท้องฟ้า มุ่งหน้าสู่เมืองที่พลุกพล่าน ฐานทัพ หรือสถานที่สำคัญทางยุทธศาสตร์ สถานการณ์อันน่าหวาดเสียวนี้คือสิ่งที่ประเทศต่างๆ ทั่วโลกกำลังเตรียมพร้อมรับมือ โดยมักพบว่าระบบป้องกันตนเองไม่เพียงพอต่อภัยคุกคามทางอากาศที่มีความซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ
กองทัพอากาศซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงต่อการรักษาความมั่นคงบนท้องฟ้า ซึ่งช่วยเสริมสร้างความรู้สึกปลอดภัยบนพื้นดิน จึงต้องมีความเตรียมพร้อมถึงภัยคุกคามเหล่านี้ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ด้วยการจัดหาระบบอาวุธที่ทันสมัยเพื่อเสริมระบบป้องกันภัยทางอากาศ ซึ่งยังมีขีดจำกัดที่ในการรับมือกับภัยคุกคามในรูปแบบใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ระบบป้องกันภัยทางอากาศและขีปนาวุธ BARAK MX ซึ่งพัฒนาโดย IAI ประเทศอิสราเอล เป็นระบบป้องกันภัยทางอากาศและขีปนาวุธขั้นสูงที่ออกแบบมาเพื่อรับมือกับภัยคุกคามหลากหลายรูปแบบ ทั้งอากาศยาน โดรน ขีปนาวุธข้ามทวีป และขีปนาวุธร่อน ระบบนี้มีบทบาทสำคัญในยุทธศาสตร์การป้องกันประเทศแบบหลายชั้น และได้รับการยอมรับในด้านความยืดหยุ่นและขีดความสามารถที่แข็งแกร่ง อีกทั้งได้รับการพิสูจน์ขีดความสามารถให้เห็นผลสำเร็จประสิทธิภาพและสมรรถนะในสนามรบมาแล้ว ในการสกัดกั้นขีปนาวุธของอิหร่าน ในปฏิบัติการ Rising Lion เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมานี้
ระบบ BARAK MX เป็นแท่นยิงแบบ 8 ท่อยิง สามารถใส่ลูกอาวุธนำวิถี 3 แบบ ได้แก่ ระบบป้องกันภัยทางอากาศระยะกลาง BARAK (MRAD) ที่ใช้มอเตอร์จรวดพัลส์ตัวเดียว มีระยะทำการไกลสุด 35 กม. ในขณะที่ระบบป้องกันภัยทางอากาศระยะไกล BARAK (LRAD) ที่ใช้มอเตอร์จรวดพัลส์คู่ มีระยะทำการไกลสุด 70 กม. ซึ่งทั้ง 2 แบบนี้ มีระยะยิงเป้าหมายในระดับความสูงสุด 20 กม. และ BARAK ER ที่ใช้มอเตอร์จรวดพัลส์คู่และบูสเตอร์เสริม มีระยะทำการไกลสุด 150 กม. มีระยะยิงเป้าหมายในระดับความสูงสุด 30 กม. มีแรงจีถึง 50 จี ที่ยากต่อการหลบหลีกของเป้าหมาย โดยมีการเล็งเป้าหมายที่รวดเร็วและเชื่อถือได้ พร้อมความทนทานสูงต่อมาตรการตอบโต้ทางอิเล็กทรอนิกส์
ทุกรุ่นมีระบบค้นหาคลื่นความถี่วิทยุขั้นสูงสำหรับพื้นที่หน้าตัดเรดาร์ต่ำและเมื่อค้นหาเป้าหมายที่กำลังเคลื่อนที่ และสามารถบรรทุกหัวรบขนาดใหญ่ได้ เครื่องถูกยิงขึ้นในแนวตั้งเพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่ 360 องศา BARAK ทั้ง 3 รุ่นถูกรวมเข้าไว้ในระบบการจัดการการรบเดียว พร้อมด้วยเครื่องยิง BARAK บนพื้นดินแบบรวมศูนย์ เครื่องยิงสามารถปฏิบัติการตั้งยิงในเวลาอันรวดเร็วและเก็บเคลื่อนย้ายที่ตั้งยิงได้ภายในเวลาไม่ถึง 2 นาที
ระบบ BARAK MX ประกอบด้วยเซ็นเซอร์และเรดาร์มัลติมิชชั่นแบบ Phased Array (MMR) แบบบูรณาการดิจิทัลเต็มรูปแบบที่พัฒนาโดย IAI ระบบนี้ติดตั้งเรดาร์แบบ Active Electronically Scanned Array (AESA) ที่พัฒนาโดย ELTA Systems ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ IAI เช่น ELM 2138 MMR และ ELM-2084 MMR ซึ่งสามารถปฏิบัติการแบบเคลื่อนที่ได้
ระบบ BARAK MX ทำงานด้วยสถาปัตยกรรมที่เน้นใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลาง ให้ความซ้ำซ้อนสูงสุดและรองรับการผสานรวมเซ็นเซอร์และศูนย์จัดการการรบหลายส่วน การออกแบบนี้ช่วยเพิ่มความสามารถของระบบในการประสานงานกับระบบป้องกันอื่นๆ จัดการภัยคุกคามได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพในสถานการณ์การรบตามเวลาจริง
แกนหลักของระบบ BARAK MX อยู่ที่หัวรบสกัดกั้นที่มีเทคโนโลยีชั้นสูง ซึ่งขยายขอบเขตการป้องกันทางอากาศได้อย่างมากเมื่อเทียบกับระบบเดิม โดยมีเกราะป้องกันแบบหลายชั้นตั้งแต่ 35 ถึง 70 กิโลเมตร ไปจนถึง 150 กิโลเมตรสำหรับภัยคุกคามระยะไกล ความสามารถในการเลือกระบบสกัดกั้น BARAK ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับภัยคุกคามทางอากาศช่วยลดภาระด้านโลจิสติกส์และลดต้นทุนตลอดอายุการใช้งาน
ข้อได้เปรียบสำคัญของระบบสกัดกั้น BARAK MX คือคุณสมบัติด้านสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม หัวรบสกัดกั้นของ BARAK MX ได้รับการออกแบบให้เป็นอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ (SAM) ตั้งแต่เริ่มต้น ด้วยมอเตอร์จรวดแบบพัลส์คู่และเส้นผ่านศูนย์กลางของอาวุธที่ใหญ่ขึ้น ช่วยให้มีเรดาร์ค้นหาและหัวรบที่มีขนาดใหญ่ขึ้นได้ คุณสมบัติเหล่านี้ช่วยให้ BARAK MX สามารถรับมือกับภัยคุกคามได้หลากหลายยิ่งขึ้น ด้วยความคล่องตัวที่สูงขึ้น และโอกาสในการสกัดกั้นเป้าหมายที่มีความแม่นยำสูงสุด
ระบบป้องกันภัยทางอากาศ BARAK MX สามารถปฏิบัติการได้ในทุกสภาพอากาศ ทั้งกลางวันและกลางคืน สามารถนำไปใช้งานในภารกิจป้องกันจุดและป้องกันพื้นที่ และสามารถปรับให้เข้ากับสภาพการรบประสานงานของกองกำลังเฉพาะกิจร่วมที่มีเครือข่ายเป็นศูนย์กลางได้ สามารถรับมือกับภัยคุกคามได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งอากาศยาน เฮลิคอปเตอร์ ระเบิดร่อน อากาศยานไร้คนขับ และขีปนาวุธร่อน รวมถึงขีปนาวุธข้ามทวีป
ในขณะที่ปัจจุบัน ประเทศรอบบ้านอย่างกัมพูชาก็มีอาวุธนำวิถี PHL-03 ระยะยิงไกล 130 กม. ผลิตในจีน และเมียนมา ก็มีขีปนาวุธแบบ Scud ผลิตในเกาหลีเหนือ ระยะยิงไกล 300-700 กม. ซึ่งอาวุธเหล่านี้จะเป็นภัยคุกคามที่สำคัญเมื่อเกิดความขีดแย้งกันระหว่างประเทศ ที่อาจจะนำไปสู่การสู้รบ นอกจากนี้ในอนาคตยังอาจจะมีการใช้ จรวดร่อน โดรนทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็กเป็นอาวุธพิฆาต ในการโจมตี ดังนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่กองทัพอากาศ ต้องมีระบบสกัดกั้นที่ทันสมัย เชื่อถือได้ มาเป็นผู้พิทักษ์ท้องฟ้า รับรองความปลอดภัยและความมั่นคงของประเทศ ...นอกจากกองทัพอากาศที่กำลังจะจัดหา BARAK MX แล้ว คาดว่ากองทัพบกและกองทัพเรือก็สนใจเช่นกัน...
https://www.facebook.com/share/p/1Bc8JMNSxz/




ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น