กองทัพเรือ ลงนามจัดหาอากาศยานไร้นักบิน MARCUS B รุ่น 2024

กองทัพเรือ ลงนามจัดหาอากาศยานไร้นักบิน MARCUS B รุ่น 2024 แล้ว 1 ระบบจำนวน 2 ลำ หลังจากได้รับอนุมัติงบประมาณจัดหาจำนวน 36 ล้านบาท เมื่อปีงบประมาณ 2567 โดยกำหนดให้เข้าประจำการที่ฝูงบิน 104 กองการบินทหารเรือ
MARCUS B เป็นอากาศยานไร้นักบินที่ สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพเรือ หรือ สวพ.ทร. พัฒนามาเป็นเวลาหลายปี โดยได้รับเงินสนับสนุนทั้งจากงบประมาณของ สวพ.ทร. สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และภาคเอกชน ซึ่งได้รับรองมาตรฐานยุทโธปกรณ์จากคณะกรรมการมาตรฐานยุทโธปกรณ์กองทัพเรือเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และกองทัพเรือได้ของบประมาณจนได้รับอนุมัติและลงนามในสัญญา เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2567 ที่ผ่านมา
นอกจาก สวพ.ทร. แล้ว โครงการ MARCUS B ยังมีบริษัทเอกชนที่เข้าร่วมโครงการคือบริษัท BJ Supply 2017 จำกัด ในฐานะผู้ให้เงินทุนสนับสนุน ผู้จัดการห่วงโซ่อุปทาน และคู่สัญญากับกองทัพเรือ บริษัท Oceanus Research and Development จำกัด ในฐานะผู้พัฒนา Software และระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ และบริษัท X-Treme Composite เป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนและโครงสร้างของอากาศยาน
MARCUS B รุ่น 2024 ที่จะเข้าประจำการในกองทัพเรือนั้นความยาว 2.8 เมตร กางปีก 4.8 เมตร น้ำหนักบินขึ้นสูงสุด 50 กิโลกรัม ความเร็วเดินทาง 50-70 น็อต เพดานบินสูงสุด 5 กิโลเมตรเหนือระดับน้ำทะเล ติดตั้งกล้องตรวจการณ์ EO/IR กำลังขยาย 30x รองรับการเชื่อมต่อกับระบบ C4ISR ของกองทัพเรือ
ใน 1 ระบบจะประกอบด้วยอากาศยานไร้คนขับขึ้นลงทางดิ่ง 2 ลำ เป็นรุ่นปฏิบัติการระยะไกล 1 ลำ และรุ่นปฏิบัติการระยะใกล้ 1 ลำ กล้องตรวจการณ์ 2 ชุด สถานีควบคุมภาคพื้นดิน 1 ชุด การซ่อมบำรุงส่วนใหญ่สามารถดำเนินการได้ในประเทศไทย ทำให้มี Down time ต่ำ และสามารถสนับสนุนการปฏิบัติงานทางเรือได้
ผู้จัดการโครงการ MARCUS B กล่าวในงาน Drontech Asia 2024 ว่า โครงการนี้ใช้เวลาพัฒนามาถึง 7 ปี ได้รับโอกาสจากผู้บัญชาการทหารเรือ 4 ท่าน ที่ให้ผู้พัฒนาพิสูจน์ตัวเองว่ามีขีดความสามารถที่จะพัฒนาอากาศยานไร้นักบินจนประสบความสำเร็จ จากโครงการที่ไม่มีใครคิดว่าจะสามารถเป็นจริงได้ แต่ด้วยความพยายามของทุกฝ่าย ทำให้ในปัจจุบันบุคลากรในกองทัพเรือมีความมั่นใจในประสิทธิภาพของอากาศยานไร้นักบินที่ผลิตในประเทศไทยจนสั่งซื้อเข้าประจำการในที่สุด
ทั้งนี้ หลังจากส่งมอบแล้ว กองทัพเรือมีแผนที่จะกำหนดให้ฝูงบิน 104 ของกองการบินทหารเรือวางกำลัง MARCUS B ไว้ที่หน่วยปฏิบัติการเกาะกูด (นปก.) เพื่อปฏิบัติการลาดตระเวนจากฐานบินบนบก ซึ่ง MARCUS B สามารถบินขึ้นลงบนเรือได้เช่นเดียวกันโดยใช้การบังคับด้วยมือ แต่ในอนาคตมีแผนที่จะพัฒนาระบบขึ้นลงอัตโนมัติเพื่อให้การปฏิบัติงานง่ายขึ้น ซึ่งกองทัพเรือวางแผนให้ MARCUS B ปฏิบัติงานบนหน่วยปฏิบัติการบนเกาะ 5 แห่ง และเรือ 18 ลำที่มีประจำการในกองทัพเรือ โดย MARCUS B ได้ทดสอบการขึ้นลงบนเรือหลวงจักรีนฤเบศร ในขณะที่ปฏิบัติงานทางทะเล เมื่อวันที่ 19 กันยายน ที่ผ่านมา
ในอนาคตกองทัพเรือจะจัดหาเข้าประจำการเพิ่มเติมเพื่อทดแทน RQ-21 Blackjack และ S-100 ถ้าระบบเหล่านั้นหมดอายุต่อไป ถือเป็นความสำเร็จในการพัฒนาและเพิ่งพาตนเองของกองทัพเรือ ต่อจากการจัดหายานเกราะ AWAV เข้าประจำการ และเป็น Tactical UAV แบบแรกของกองทัพเรือที่พัฒนาและผลิตในประเทศไทย

https://www.facebook.com/thaiarmedforce/posts/pfbid0xtc31JdDcb15rjx1DJsJpoMw58A4kifC1mmLjkUUQ1937VDT2k9P2LK8gta2ixftl

ภาพและวิดีโอของอากาศยานไร้นักบิน MARCUS-B (2024) สาธิตการขึ้นลงบน รล.จักรีนฤเบศร เพื่อให้ผู้บัญชาการทหารเรือและผู้บังคับบัญชาระดับสูงรับชม เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2567

ข้อมูลอากาศยานไร้คนขับ MARCUS-B รุ่นผลิตทดลองประจำการ งป.67 (codename MARCUS-C) 
• ผลการวิจัยและพัฒนาอากาศยานไร้คนขับเพื่อการลาดตระเวนทางทะเล (MARCUS : Maritime Aerial Reconnaissance Craft Unmanned System) ของกองทัพเรือจากรุ่นแรก MARCUS ซึ่งได้รับทุน สนับสนุนการวิจัยจาก วช. จำนวน 10,000,000 บาทในห้วงปี 61-63 มาสู่รุ่นที่สอง MARCUS-B ได้รับทุน สนับสนุนการวิจัยจาก วช. จำนวน 5,900,000 บาทในห้วงปี 64-65 
• ในห้วงปี 66 ทร. ได้เสนอพิจารณาขอรับงบประมาณเพื่อทำการผลิต MARCUS-B นำไปทดลองใช้งาน ประจำการจำนวน 1 ระบบ เป็นจำนวนเงิน 36,000,000 บาท โดยมีคณะกรรมการ สกพอ. (EEC) พิจารณาให้ความเห็นชอบตามกรอบนโยบายโครงการบูรณาการ ด้วยเห็นว่าเป็นการนำผลงานวิจัยเข้าสู่ สายการผลิต เป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนของไทย ตอบสนองแนวทางในการส่งเสริม อุตสาหกรรมและเทคโนโลยีเป้าหมายในอนาคตของประเทศ (ปัจจุบันมี พล.ร.อ.จิรพล ว่องวิทย์ เป็น ประธาน กพอ.ทร. หรือ EEC ทร.) อีกทั้ง ทร. ยังได้มีการพัฒนาและวางแนวทางการใช้งาน MARCUS-B ในอนาคต หากผ่านการทดสอบผลิตใช้งานแล้ว มีแผนสั่งผลิตเข้าประจำการเพิ่มเติมเรียบร้อยแล้ว อีกทั้ง ยังได้กำหนดแนวทางในการพัฒนาต่อยอดเพื่อให้มีความสามารถในการขึ้นลงบนเรือได้อย่างอัตโนมัติ พร้อมกำหนดจำนวนเรือเป้าหมายที่ต้องการให้มี MARCUS-B เข้าประจำการเรียบร้อยแล้ว 
• ในห้วงปี 67 ทร. โดยสำนักงานจัดหายุทโธปกรณ์ทหารเรือ ได้ดำเนินกระบวนการคัดเลือกผู้ประกอบการ สัญชาติไทยเพื่อจ้างผลิต MARCUS-B ตามคุณลักษณะที่ ทร. กำหนด โดยมีผู้ประกอบการที่ร่วมงานวิจัย ในโครงการมาตั้งแต่รุ่นแรก ยื่นข้อเสนอและผ่านการคัดเลือกแล้ว ปัจจุบันอยู่ระหว่างกระบวนการเสนอ ขออนุมัติให้ลงนามในสัญญา (เพื่อให้เกิดความมั่นใจ ผู้ประกอบการและกลุ่มนักวิจัย ให้ความร่วมมือแก่ ทร. ลงทุนและดำเนินการผลิต MARCUS-B รุ่นใหม่ ลำสาธิตให้ ทร. ได้ชมก่อนลงนามในสัญญา โดยไม่มี ข้อผูกมัดประการใดกับทางราชการ มีผู้ร่วมผลิตคือ B.J.Supply 2017, Oceanus Research and Development และ X-Treme Composites เป็นผู้ร่วมผลิตให้กับกองทัพเรือ) 
• คุณลักษณะของ MARCUS-B รุ่นใหม่ (codename MARCUS-C) 
o MARCUS-B จำนวน 1 ระบบประกอบด้วยอากาศยานไร้คนขับจำนวน 2 ลำและชุดควบคุม ภาคพื้นจำนวน 1 ชุด (2 Bird – 1 Ground)
o MARCUS-B ที่ทำการผลิตจะใช้พื้นฐานองค์ความรู้และรูปร่างรูปทรงที่เป็นผลมาจากการวิจัย มาปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์และพื้นที่การใช้งานที่ดีขึ้น มิติโดยประมาณมี ความยาวระหว่างปลายปีกทั้งสองข้างประมาณ 4.8 เมตร มีความยาวหัวลำถึงท้ายลำประมาณ2.8 เมตร น้ำหนักขึ้นบินสูงในระหว่าง 35-50 กิโลกรัม
o ขึ้นลงทางดิ่งด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าจำนวน 4 ตัวที่สามารถผลิตแรงยกได้สูงสุดเกือบ 120 กิโลกรัม บินเดินทางด้วยเครื่องยนต์น้ำมันเชื้อเพลิงแบบ 2 สูบ 4 จังหวะ 125 cc (UAV Graded) ควบคุม การจ่ายเชื้อเพลิงด้วยระบบหัวฉีดอิเลคทรอนิกส์ EFI ควบคุมแรงดัน อุณหภูมิ และการทำงาน อื่นๆ แบบอัตโนมัติ มีระบบ electronic starter / alternator สามารถผลิตกระแสไฟฟ้ากลับมา ใช้ได้ตลอดห้วงระยะเวลาการบิน สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงในอัตราประมาณ 1.2-1.8 ลิตรต่อชั่วโมง ติดตั้งถังน้ำมันความจุ 11 ลิตร (หากไม่มีการติดตั้ง payload เพิ่มเติมจะสามารถติดตั้งถังน้ำมัน เพิ่มเดิมได้อีกประมาณ 8-10 ลิตร) 
o ติดตั้งกล้องตรวจการณ์แบบ EO/IR กำลังขยาย 30 เท่า พร้อม Laser Range Finder ระยะ 5 กิโลเมตร 
o ติดตั้งระบบ ADS-B ที่สามารถเปิด-ปิด การทำงานได้เมื่อต้องการ 
o ระบบการสื่อสารแยกเป็น อากาศยาน 1 ลำ มีระยะทำการไม่ต่ำกว่า 50 NM และอีก 1 ลำมี ระยะทำการไม่ต่ำกว่า 10 NM (จำกัดด้วยงบประมาณที่ได้รับ) โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ 
§ GCS ติดตั้งระบบการสื่อสารด้วยเทคโนโลยี Phased Array (Military Graded) ระยะ ปฏิบัติการไม่ต่ำกว่า 200 กิโลเมตร ป้องกันการตรวจจับ และต่อต้านการรบกวน (Anti UAV Jammer)

https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=pfbid0odWXopUhjMknhgFCD7V7yiYKUtU9wy28ER29vSwURrbgScm2Yb3qZ5xGcsVWG8a2l&id=100064598325695


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

Air Power of The Royal Thai Air Force 2024

Warships : กองเรือฟริเกตที่ 2 กองเรือยุทธการ

Gripen 39 C/D with Weapons - Royal Thai Air Force