เครื่องบิน AU-23A Peacemaker : Hygroscopic Flare
บ.จธ.2 (AU-23A Peacemaker) บรรจุเข้าประจำการในกองทัพอากาศไทย เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2515 เข้าประจำการในกองทัพอากาศไทย จากเครื่องบินที่ถูกพัฒนาและทดสอบเพื่อนำไปใช้ปฏิบัติภารกิจการรบในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่กองทัพอากาศสหรัฐก็ไม่ได้ส่งเข้าทำการรบตามที่ตั้งใจไว้ และเมื่อกองทัพอากาศไทยได้คัดเลือกและตัดสินใจจัดหา Peacemaker เข้าประจำการกลับพบว่าเป็นอากาศยานที่ทรงคุณค่า และสามารถปฏิบัติภารกิจสมตามคำมุ่งหมายที่กองทัพอากาศได้คาดหวังไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการแผนแบและพัฒนาเหมาะสมกับภารกิจตั้งแต่ต้น ด้วยคุณลักษณะเฉพาะตัวที่โดดเด่น และขีดความสามารถในการใช้อาวุธได้อย่างเหมาะสมกับภัยคุกคามของชาติในเวลานั้น รวมทั้งการปฏิบัติภารกิจได้อย่างหลากหลายอย่างที่ไม่เคยมีเครื่องบินแบบใดของกองทัพอากาศไทยทำได้มาก่อน ทำให้นับตั้งแต่วันที่เข้าประจำการ บ.จธ.2 ได้มีโอกาสปฏิบัติภารกิจเพื่อรักษาเอกราชและอธิปไตยของชาติในยามสงครามและปฏิบัติภารกิจในการพัฒนาชาติอย่างได้ผลดีมาตลอด แต่จะมีสักกี่คนที่จะรู้ว่า บ.จธ.2 ที่ยังคงปฏิบัติภารกิจรับใช้ชาติมาอย่างเข้มแข็งอยู่ทุกวันนี้ ยังแฝงไว้ด้วยความภาคภูมิใจของผู้ร่วมปฏิบัติงานทุกๆ คนในความเป็นฝูงบิน Peacemaker เพียงฝูงเดียวในโลกนี้อีกด้วย
ไม่ใช่เรื่องง่ายแต่อย่างใดในการที่กองทัพอากาศไทยจะสามารถปฏิบัติการโดยใช้เครื่องบินที่ผลิตมาจำนวนน้อยในโลก และถูกมอบหมายให้ปฏิบัติภารกิจทุกรูปแบบมาตลอด 50 ปีที่ผ่านมา แต่ก็ยังคงมีสภาพที่ดีพร้อมต่อการปฏิบัติภารกิจมาจนถึงทกวันนี้ ถึงแม้ว่าเพื่อนร่วมศึกในอดีตของ บ.จธ.2 ไม่ว่าจะเป็น บ.จล.2 บ.จฝ.13 บ.จ.6 และ บ.จ.5 จะทยอยปลดประจำการไปแล้วก็ตาม สิ่งที่ไม่สามารถลืมได้ก็คือบุคลากรทุกๆ ท่าน ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นนักบิน ช่าง สื่อสาร สรรพวุธ รวมทั้งเจ้าหน้าที่สนับสนุนต่างๆ ได้ดูแลและซ่อมบำรุงเครื่องบินอย่างดีมาตลอด
รวมทั้งมีการพัฒนาการใช้งานในภารกิจที่หลากหลายกว่าเมื่อครั้งถูกแผนแบบไว้แต่เดิม นอกจากนั้นยังได้ถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ไปสู่ผู้ปฏิบัติงานในร่นต่อๆ มาจนมาถึงรุ่นปัจจุบันอีกด้วย ตลอด 50 ปีที่ผ่านมา ฝูงบิน Peacemaker ของกองทัพอากาศมีการสูญเสียทั้งเครื่องบิน นักบิน และเจ้าหน้าที่ จากภารกิจการรบและภารกิจการฝึกไปจำนวนไม่น้อย ทุกคนที่ปฏิบัติงานกับ บ.ธจ.2 ในปัจจุบันยังคงระลึกถึงท่านเหล่านั้นในความกล้าหาญ การเสียสละได้แม้แต่ชีวิตในการปกป้องเอกราชและอธิปไตยของชาติ และจะคงรักจิตวิญญาณของความเป็นทหารกล้าผู้ซื่อสัตย์ จงรักภักดีต่อแผ่นดินและมุ่งมั่นต่อการปฏิบัติภารกิจสืบต่อไปนานเท่านาน
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น